น้ำหมักคาวตอง

คาวตอง

น้ำหมักคาวตอง ที่ใช้แล้วได้ผลด้านสุขภาพจริงๆ กระบวนการหมักค่อนข้างที่จะยุงยาก การหมักน้ำหมักคาวตอง จะต้องเกิดองค์ประกอบเพื่อสุขภาพในหลายประการเช่น.. การหมักจะเป็นการเลี้ยงจุลินทรีย์ธรรมชาติ ในธรรมชาติ มีจุลินทรีย์หลายสายพันธ์ ทั้งที่มีประโยชน์กับร่างกายและไม่มีประโยชน์ผู้ผลิตจะต้องมีการควบคุมคัดเลือกสายพันธ์ หรือที่เข้าใจกันว่าเป็นการช็อคเชื้อจุลินทรีย์หรือฆ่าเชื้อที่ร้ายให้ตายก่อน แล้วค่อยนำเชื้อที่เป็นต้นเชื้อ ที่คัดเลือกแล้วมาหมักแทน เพื่อให้ได้สายพันธ์ที่ต้องการ อันนี้ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่น้ำหมักคาวตองเหมือนกัน แต่ผลิตคนละที่ ก็จะได้ผลที่แต่ต่างกันแล้วแต่กรรมวิธีการหมักของแต่ละผู้ผลิต รวมไปถึงการเกิดสารเบต้ากลูแคนจากยีสต์ ช่วยกระตุ้นให้ร่างกายผลิตสเต็มเชลล์มากขึ้น เพื่อซ่อมแซมร่างกายส่วนที่สึกหรอ น้ำหมักคาวตองจึงเป็นน้ำหมักชีวภาพที่มีผู้คนสนใจมากขึ้นในขณะนี้

แปลงปลูกคาวตอง

แปลงปลูกคาวตอง

การเตรียมแปลงเพราะปลูกคาวตองเพื่อการผลิต จำเป็นต้องทำทางเดินเพื่อความสะดวกในการดูแล การรดน้ำใส่ปุ๋ย เรื่องปุ๋ยก็สำคัญต้องเป็นปุ๋ยอินทรีย์ปลอดสารเคมีเท่านั้น และสะดวกในการเก็บเกี่ยว อีกอย่างหนึ่งเพื่อการควบคุมโรคพืช ซึ่งจะให้เกิดขึ้นไม่ได้เลย เพราะจะต้องเป็นแปลงที่ต้องปลอดเชื้อที่จะก่อโรคได้ หลังปลูกต้องทำหลังคาสแลนกันแดดด้วยเพราะคาวตองจะไม่ชอบแดดจัด ชอบความชุ่มชื่นแต่ไม่ชอบน้ำขัง การปลูกเพื่อการผลิตจะแตกต่างจากสวนทั่วไป อาจต้องทำเป็นโรงเรือนปิดเพื่อป้องกันสัตว์เพราะอาจเป็นตัวนำเชื้อโรคเข้าสวนได้ การเก็บเกี่ยวจะตัดเหนือพื้นดินสูงกว่าหนึ่งฝ่ามือเพื่อไม่ให้เชื้อก่อโรคที่อยู่ในดิดปลอมปน สามารถตัดได้เรื่อยๆ ประมาณ 5-6 ปี โคนต้นจะแก่และหนาขึ้นเรื่อยๆ แออัดเกินไปทำให้ลำต้นเล็ก จะทำการรื้อแปลงปลูกใหม่อีกครั้ง

หมักคาวตอง

การหมักคาวตองจริงๆ ต้องใช้อุณหภูมิประมาณ 40 องศา การตั้งถังหมักตากแดดธรรมชาติเป็นอีกวิธีหนึ่งในการเพิ่มอุณหภูมิให้ถังหมัก ซึ่งแดดบ้านเราจะได้อุณหภูมิประมาณ 37-38 องศา เป็นอุณหภูมิที่เหมาะสมในการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์แลคโตบาซิลลัสพอสมควร การหมักคาวตองใช้เวลาหมักอย่างน้อย 4 เดือน หรือแล้วแต่สูตรกรรมวิธีการผลิตของแต่ละบริษัท

การผลิตน้ำหมักคาวตอง
   คาวตอง เป็นสมุนไพรที่ไม่เหมือนกับสมุนไพรอื่นๆ เพราะการผลิต จะต้องผ่านการหมัก เพื่อให้เกิดสารเควอซิทินให้มากขึ้น และเพื่อเพิ่มปริมาณของเบต้ากลูแคน นอกจากนั้นยังมีจุลินทรีย์ ที่เป็นประโยชน์ กับร่างกาย ในกรรมวิธีการผลิตน้ำคาวตอง จึงไม่เหมือนกับการผลิตสมุนไพรอื่นๆ เพราะฉะนั้นผลิตภัณฑ์คาวตองที่มีจำหน่ายอยู่ทั่วไปจะได้ผลตามสรรพคุณหรือไม่ จะต้องขึ้นอยู่กับกรรมวิธีการผลิต และนอกนั้นยังจำเป็นต้องเลือกสายพันธ์คาวตอง ให้ถูกต้องตามที่ต้องการ แล้วยังต้องคัดแยกเลือกสายพันธ์จุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์กับร่างกายมาเป็นเชื้อในการหมักด้วย

1. เริ่มตั้งแต่การเพราะปลูกจะต้องมีการคัดเลือกสายพันธ์ที่ต้องการ เพราะปลูกด้วยวิธีการปลอดสารเคมี เรียกว่าผลผลิตจากการเกษตรออร์แกนิค
2. ควบคุมการเกิดโรคของพืชด้วยธรรมชาติ อันนี้สำคัญการเพราะปลูกต้องไม่มีการนำสารเคมีเข้ามาใช้เพราะจะทำให้เกิดสารเคมีตกค้างในผลิตภัณฑ์คาวตองได้
3. เมื่อเพราะปลูกแล้วก็จะตัดเก็บคาวตอง เป็นขั้นตอนการเตรียมวัตถุดิบ ขั้นตอนนี้วัถุดิบต้องสะอาดปลอดจากแบคทีเรียที่ก่อโรคได้
4. นำคาวตองมาหมักสกัดด้วยน้ำในอุณหภูมิที่เหมาะสม การหมักนี้จะมีการควบคุมพิเศษตามแบบเฉพาะของตนเอง อาจใช้เวลาหลายเดือน ส่วนมากผู้ผลิตจะจดสิทธิบัตรของใครของมันเพื่อสร้างความน่าเชื้อถือ เพราะในขั้นตอนการหมักจะเกิดจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์หรือโพรไบโอติกส์ที่ช่วยปรับสมดุลของร่างกายกลุ่มแลคโตบาซิลลัสหรือยีสต์ ที่มีโครงสร้างผนังเซลล์เป็นน้ำตาลเชิงซ้อนชนิดเบต้ากลูแคนซึ่งสามารถกระตุ้นไขกระดูกให้ผลิตเซลล์ต้นกำเนิดได้ เซลล์ต้นกำเนิดหรือสเต็มเชลล์มีคุณสมบัติ ในการซ่อมแซมอวัยวะที่สึกหรอต่างๆได้ หรือเปลี่ยนเป็นเชลล์นักฆ่า(NATURAL KILLER CELL) ที่สามารถกำจัดเชลล์มะเร็ง เนื้องอก และไวรัสต่างๆ ได้ดี นอกจากนี้สเต็มเซลล์ที่เกิดขึ้นยังไปเนี่ยวนำเซลล์ปกติของร่างกายให้ถอยวัยลงได้ ทำให้ถอยวัยลงเป็นหนุ่มเป็นสาวได้นานขึ้น
5. ผลิตคาวตองแบบน้ำจะหาวิธีทำให้คุณสมบัติสรรพคุณของคาวตองออกไปอยู่ในน้ำให้ได้มากที่สุด ส่วนผู้ผลิตแบบแคปซูลก็จะใช้เทคนิคพิเศษเพื่อให้สรรพคุณที่เกิดขึ้นอยู่กับคาวตองให้ได้มากที่สุด และหาวิธีทำให้แห้งโดยไม่ให้สรรพคุณลดลงและเก็บได้ยาวนานมากที่สุด อาจต้องผสมสมุนไพรอื่นๆ เพิ่มเพื่อให้เสริมฤทธิ์กันให้มากขึ้น
6. การทำแบบแคปซูล นำเข้าแคปซูลด้วยวิธีการเฉพาะเพื่อคงสภาพยาวนาน (Vcaps Capsule เป็นแคปซูลที่ทำจากพืชเช่น.แป้งข้าวโพด เป็นต้น)
7. การผลิตแบบน้ำสิ่งสำคัญคือภาชนะที่ใช้บรรจุ จะต้องคงสภาพของสรรพคุณน้ำคาวตองให้ได้นานที่สุด ปลอดภัยกับผู้บริโภคเป็นสำคัญ
8. นอกเหนือจากนี้จะนำมาเป็นผลิตภัณฑ์ จะต้องตรวจสอบผ่านมาตรฐานอื่นๆ อีก เช่น.อย. GMP. ฮาลาน เป็นต้น

(การผลิตพลูคาวในปัจจุบันบางแบรนด์อาจมีกรรมวิธีการผลิตแบบใหม่ที่ไม่ต้องทำการหมัก จะทำการสกัดเอาสารที่ต้องการจากพลูคาวโดยตรงด้วยกรรมวิธีการแบบสมัยใหม่ แบบนี้จะได้สรรพคุณแบบเฉพาะบางเรื่องจากพลูคาว แต่จะไม่เกิดจุลชีพ หรือจุลินทรีย์ เหมือนสมัยก่อนที่เป็นต้นแบบในการผลิตคาวตองมาอย่างยาวนานอาจทำให้ขาดสรรพคุณของคาวตองในบางอย่างไป)



ผักคาวตอง

คาวตองกรณีศึกษา

ข้อมูลคาวตองในเว็บนี้ผู้เขียนได้ทำการรวบรวม ข้อมูลจากหลายๆ แหล่งข้อมูล มารวมไว้เพื่อเป็นกรณีศึกษาเท่านั้น เพราะผู้เขียนเองสนใจในเรื่องของคาวตองมานาน และอีกอย่างหนึ่งคาวตองเป็นผักสมุนไพรที่ควรส่งเสริม คนรุ่นใหม่ควรศึกษาต่อยอด เพื่อพัฒนาสมุนไพรไทยให้เจริญเติบโตก้าวหน้าต่อไป จึงอยากจะรวมข้อมูลไว้ศึกษา ถ้าไปเจอข้อมูลเพิ่มเติม ที่เป็นประโยชน์ ก็จะเอามาลงเพิ่มเติมเรื่อยๆ